Fri, May 27, 2022

กรมชลประทาน ฝ่าภารกิจแก้วิกฤว่ากล่าว “แล้ง”จัดแจงน้ำเชิงรุก ให้เพียงพอ ทั่วถึง รวมทั้งเที่ยงธรรม


“ความแล้ง” เป็นภัยที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจําทุกปี เพียงพอถึงตอนที่ฝนขาดช่วงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ หรือผู้กระทำระจายนํ้าฝนที่ตกไม่บ่อยนัก ก็ชอบนำความย่ำแย่มาสู่เศรษฐกิจรวมทั้งสังคม อีกทั้งทางด้านการขาดแคลุกลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แล้วก็ด้านผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยแหล่งน้ำจากธรรมชาติ
ภัยแล้งในประเทศไทย นอกเหนือจากเป็นผลมาจากปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่าธรรมดาแล้ว ยังมีเหตุที่เป็นต้นเหตุให้กำเนิดภัยแล้งอีกหลายประการ ดังเช่น การปรากฏภาวการณ์สภาวะเรือนกระจก ความเปลี่ยนไปจากปกติของตำแหน่งร่องมรสุม  การตัดต้นไม้ทำลายป่าไม้ ซึ่งหลายพื้นที่จะต้องพบเจอกับความแห้งหรือจนถึงได้รับภัยแล้ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การใช้น้ำอย่างประหยัด ใช้น้ำทุกหยดอย่างทราบค่า ก็เลยเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนจะช่วยเหลือกันได้เพื่อทุเลาผลพวงจากภัยแล้ง
สำหรับประเด็นนี้รัฐบาลก็มีแนวทางการจัดการจัดแจงน้ำและก็ปรับปรุงแหล่งน้ำภายใต้แผนแม่บทการจัดการจัดแจงทรัพยากรน้ำ 20 ปี (2561 – 2580)หมายถึง1.การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค โดยวางเป้าน้ำประปาหมู่บ้านตามมาตรฐานด้านในปี 2573 พร้อมขยายเขตน้ำประปา/สำรองน้ำเงินลงทุนเพื่อรองรับเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวมากมายเป็นจำนวนมาก 2.สร้างความยั่งยืนมั่นคงของน้ำภาคการสร้าง โดยปรับปรุงแหล่งเก็บกักน้ำและก็ระบบส่งน้ำให้เต็มประสิทธิภาพ ลดความย่ำแย่ในพื้นที่วิกฤติ จำนวนร้อยละ 50
3.การจัดการน้ำหลากรวมทั้งน้ำท่วม คุ้มครองปกป้องอุทกภัยชุมชนเมือง 764 เมือง รวมทั้งทุเลาน้ำท่วมพื้นที่วิกฤติ ปริมาณร้อยละ 60
 4.การจัดการประสิทธิภาพน้ำ รวมทั้งสงวนทรัพยากรน้ำ โดยเน้นย้ำปกป้องรวมทั้งลดการเกิดน้ำเสียที่ต้นทาง 
5.การรักษาฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำฯ โดยฟื้นฟูป่าต้นน้ำที่ทรุดโทรม แล้วก็คุ้มครองปกป้องการเกิดการชะล้างและก็การชำรุดทลายของดินในพื้นที่เกษตรลาดชัน และก็
6.การจัดการจัดแจงให้เป็นไปตามแผนแม่บท รวมถึงสร้างความร่วมแรงร่วมมือระหว่างชาติ ปรับปรุงศึกษาค้นคว้า สิ่งใหม่ เพื่อการผลิตมูลค่าเพิ่มภาคการบริการแล้วก็การสร้าง
กลุ่มนี้คาดว่าจะสามารถจัดการกับน้ำหลากและก็น้ำท่วมที่นึกไม่ถึง หรือลดการสิ้นไปที่อาจจะมีการเกิดขึ้นให้ต่ำที่สุดได้ ด้วยตอนนี้มีจำนวนน้ำเก็บกักทั่วทั้งประเทศอยู่ที่ 40,168 ล้าน ลบ.มัธยม หรือคิดเป็นปริมาณร้อยละ 52 ของปริมาตรอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ราวๆ 16,126 ล้าน ลบ.มัธยม ซึ่งทั่วประเทศมีการใช้น้ำไปแล้ว 12,374 ล้าน ลบ.มัธยม หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 65 ของแผนฯ ส่วนในพื้นที่ 4 เขื่อนหลักเขตที่ลุ่มเจ้าพระยา (เขื่อนภูเขาไม่พล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงดินแดน รวมทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีจำนวนน้ำเก็บกักรวมกัน 9,816 ล้าน ลบ.มัธยม หรือคิดเป็นจำนวนร้อยละ 39 ของปริมาตรอ่างฯรวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 3,120 ล้าน ลบ.มัธยม และก็มีการใช้น้ำไปแล้ว 3,622 ล้าน ลบ.มัธยม หรือคิดเป็นปริมาณร้อยละ 72 ของแผนฯ

“ประเพ่งดู จันทร์มา” อธิบดีกรมชลประทาน ได้สนทนาถึงกรรมวิธีการขจัดปัญหาภัยแล้งอย่างมีระบบและก็การจัดการจัดแจงน้ำของกรมชลประทาน ในห้องที่ใช้สำหรับการประชุมคณะกรรมาธิการ (สว.) กับแผนกอนุกรรมาธิการติดตามความเห็นของวุฒิสภา เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลที่ได้รับจากการดำเนินงานตามหัวข้อคำถามของวุฒิสมาชิก เกี่ยวกับแนวทางการจัดการกับปัญหาภัยแล้งจำเจอย่างมีระบบและก็มีคุณภาพ จากเหตุการณ์น้ำปัจจุบันนี้ซึ่งมีพื้นที่ชลประทานราว 34.76 ล้านไร่ เก็บกักน้ำได้ทั่วประเทศกว่า 82,700 ล้าน ลบ.มัธยม กรมชลประทานได้คิดแผนปรับปรุงพื้นที่ชลประทานรวมทั้งทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นการเก็บกักน้ำภายใต้ที่มีความสำคัญในการรบกรมชลประทาน 20 ปี (พุทธศักราช2561-2580) เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้มากกว่า 17.94 ล้านไร่ และการเพิ่มจำนวนการเก็บกักน้ำได้เพิ่มเติมอีกกว่า 13,200 ล้าน ลบ.มัธยม ซึ่งในปี 2564 ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 0.2695 ล้านไร่ จำนวนน้ำเก็บกักเพิ่ม 96.88 ล้าน ลบ.มัธยม
ระหว่างที่เรื่องเกี่ยวกับการควบคุมค่าความเค็มในเขตที่ลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานก็มิได้นิ่งเฉย ปัจจุบันได้ต่อยอดความร่วมแรงร่วมใจกับการประปานครหลวง ที่จะฝ่าทำการ “Water Hammer Operation” ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำจืด เพื่อนำมาใช้ส่งเสริมรวมทั้งเจือจางค่าความเค็มรอบๆสถานีดูดน้ำสำแล โดยกำหนดให้หยุดดูดตรงเวลา 2 ชั่วโมง ในช่วงน้ำลง เพื่อจะได้มีจำนวนน้ำจืดที่มากเพียงพอสำหรับส่งเสริมลิ่มความเค็มให้ขับเคลื่อนออกไปไกลจากสถานีดูดน้ำสำแล 
พร้อมกันไปกับการปิด-เปิดประตูที่มีไว้สำหรับระบายน้ำลำคลองลัดโพธิ์ และก็การสูบน้ำ ซึ่งได้ทำงานตามตอนที่สมควรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เพราะในขณะนี้มีจำนวนน้ำจืดน้อย การที่จะเอามาดันน้ำทะเลตลอดระยะเวลา อาจมีน้อยเกินไป ก็เลยจำเป็นต้องใช้แนวทางการดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วร่วมด้วย 
“การควบคุมค่าความเค็ม ระดับความเค็ม หรือเหตุต่างๆสำหรับเพื่อการผลิตประปา ในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกัน เหตุเพราะบางพื้นที่อาจมีแหล่งน้ำจืดชืดมาช่วยเจือจางที่ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ดี ยังคงจำเป็นต้องควบคุมค่าความเค็มของแต่ละพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ระบุอย่างเข้มงวด”
ยิ่งไปกว่านี้ กรมชลประทาน ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือ ประจำในพื้นที่ชลประทานต่างๆทั้งประเทศ รวม 5,939 หน่วย ตามข้อออกคำสั่งของ “ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พร้อมจะเข้าให้ความให้การช่วยเหลือพลเมืองได้ในทันทีทันใด 
ทั้งยังได้ก่อตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจปรับแก้และก็ทุเลาวิกฤติภัยแล้ง เพื่อความเป็นเอกภาพสำหรับในการบริหารจัดแจงน้ำในแต่ละพื้นที่ทั่วไทย
หากว่าทุกปีควรต้องพบเจอกับแก้วิกฤติเตียน “ภัยแล้ง” ซ้ำซากจำเจ กรมชลประทานยังคงยืนหยัดข้างเคียงคนประเทศไทยสู้ภัยแล้ง ส่งเครื่องปั๊มน้ำ รถบรรทุกน้ำ ช่วยพื้นที่ภัยแล้งอย่างเต็มกำลัง พร้อมเคลื่อนทุกภารกิจให้เป็นไปตามแผนการที่กำหนดไว้
ด้วยคาดหมายให้ราษฎรมีน้ำอุปโภค-บริโภค อย่างพอเพียง ทั่วถึง รวมทั้งชอบธรรม แล้วก็พ้นวิกฤติภัยแล้งไปพร้อมเพียงกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.