Tue, September 27, 2022

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจนกระทั่งขึ้นบัญชีวัคซีนในไทย 3 ตัว จ่อเพิ่มบารัตอีกราย


สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจนกระทั่งจดทะเบียนวัคซีนในไทย 3 ตัว จ่อเพิ่มบารัตอีกราย
ตอนวันที่ 2 ม.ย. นพ.กว้างใหญ่ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการอย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) พูดถึงความก้าวหน้าของการจดทะเบียนวัคซีนคุ้มครองปกป้องโรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรทุ่งนา 2019 หรือ วัววิด-19 ในประเทศไทย ว่า ในเวลานี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไทยรับประกันการขึ้นบัญชีวัคซีนวัววิด-19 ทั้งสิ้น 3 ผู้สร้าง มี วัคซีนสิโนแวค วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แล้วก็วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน รวมทั้งกำลังคอยอีก 1 ผู้สร้างหมายถึงบารัตไบโอเทค จากอินเดีย อยู่ในระหว่างการทยอยส่งเอกสารผลของการทดสอบในมนุษย์ เฟสที่ 3 แล้วก็ประสิทธิภาพของวัคซีน ซึ่งเป็นเอกสารที่สำคัญที่สุด ด้วยเหตุผลดังกล่าว คณะกรรมการจำเป็นจะต้องใช้เพื่อประกอบกิจการพิเคราะห์ให้ละเอียดก่อน
ผู้รายงานข่าวถามคำถามว่า การจดทะเบียนวัคซีนแอสตร้าฯ ที่ผลิตโดยบริษัท ไทยไบโอไซเอนซ์ เมืองไทย เมื่อควรต้องเอามาฉีดให้ราษฎร จำเป็นต้องจดทะเบียนใหม่หรือเปล่า นพ.กว้างใหญ่ พูดว่า การขึ้นบัญชีวัคซีน จะอยู่ในชื่อวัคซีนของแอสตร้าฯ เช่นกัน แต่ว่าจะมีการกำหนดสถานที่ผลิตวัคซีนล็อตนั้นๆเข้าไปเพิ่ม
“ยกตัวอย่างเช่นก่อนหน้าที่ผ่านมา วัคซีนแอสตร้าฯ ที่จดทะเบียนในไทย กำหนดสถานที่ผลิตแล้วจาก 2 ประเทศเป็นอิตาลี แล้วก็ประเทศเกาหลีใต้ อย่างเดียวกัน พวกเราก็ควรต้องเพิ่มไทยไบโอไซเอนซ์ เข้าไปในสถานที่ผลิตด้วย วัคซีนแอสตร้าฯ มีการผลิตในหลายประเทศ แต่ว่าอยู่ภายใต้อำนาจบังคับความสามารถ ประสิทธิผลแล้วก็ประสิทธิภาพในระดับเดียวกันทั้งโลกในรูปแบบของโกลบอลศาสนาเชน (Global Chain) ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อประเทศไทยไบโอไซเอนซ์ผลิตวัคซีนเสร็จ พวกเราก็จำต้องเพิ่มสถานที่ผลิตเข้าไปสำหรับในการจดทะเบียนวัคซีน” นพ.กว้างใหญ่ไพศาล กล่าว

Leave a Reply

Your email address will not be published.